ล้ำ !! เสี่ยวเผิง (Xpeng) แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่สัญชาติจีน ทดสอบบิน "โดรนขนส่งผู้โดยสาร"สุดไฮเทค

เสี่ยวเผิง มอเตอร์ (小鹏) แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่สัญชาติจีน ที่ก่อตั้งโดยนาย เหอ เสี่ยวเผิง (何小鹏) ซึ่งได้รับฉายาว่าคู่แข่งของ Tesla แห่งเมืองจีน เป็นบริษัทที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก Alibaba Group ซึ่งนอกเหนือจากการเร่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าแล้ว Xpeng Motors ยังได้ทุ่มเงินไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีรถบินได้ และล่าสุดได้เผยให้เห็นถึงคลิปวีดีโอสั้นๆ ที่กำลังทำการทดสอบบิน ‘โดรนขนส่งผู้โดยสาร’ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์ระยะยาวทางธุรกิจของบริษัทอีกด้วย

read more

Ref: HiT1, TAP Magazine

16/03/2021

ธุรกิจ Start UP คืออะไร ?              ทำไมถึงมาแรงในยุคนี้ ?

Startup คืออะไร?

Startup คือธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ เปิดบริษัทขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับธุรกิจด้านไอที และรวมถึงการทำธุรกิจให้เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโด สามารถสร้างรายได้จำนวนมาก เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นธุรกิจด้านไอที ในวงการไอทีนั่นเอง เช่นพวกแอปพลิเคชั่น ต่างๆ ซึ่งหากต้องการมองภาพของธุรกิจชนิดนี้ให้ชัดเจนขี้น ให้มองจาก Google, facebook แบรนด์เหล่านี้เริ่มต้นจากเป็นธุรกิจประเภท Startup ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเรียกว่า Silicon Valley ซึ่งเป็นแหล่งรวมตัวของบริษัทด้านไอทีชั้นนำต่างๆมากมายทั่วโลก รวมถึงผู้ที่ต้องการเปิดบริษัทและนักลงทุนด้วย  read more

Ref: moneyhub.in.th, Chula Tech Startup

06/01/2021

Top 20 downloaded by Apple

Apple ประกาศ 20 อันดับแอปดาวน์โหลดสูงสุดในปี 2020

โดยในหมวดแอพพลิเคชั่นฟรี Top 20 ได้แก่

1) ZOOM Cloud Meetings (Meeting)

2) TikTok (Videos, Music & Live Streams)

3) Disney+ (Unlimited entertainment)

4) YouTube (Videos, Music and Live Streams)

5) Instagram (Photo & Video)

6) Facebook (Social Networking)

7) Snapchat (Share the moment)

8) Messenger (Text, audio and video calls)

9) Gmail (Secure, fast & organized email)

10) Cash App (Send, Spend & Invest Money)

11) Amazon Shopping (Search, Find, Ship, and Save)

12) Netflix (Start Watching)

read more

Ref: https://apps.apple.com/

04/01/2021

รัสเซีย พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เสนอ "เส้นทางเดินเรือทะเลสายเหนือ" แทนที่ คลองสุเอซ !!!

ใกล้กว่า เร็วกว่า คลองสุเอซ !!

สำนักข่าว RT รายงานว่า หน่วยงานด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย Rosatom ทวีตข้อความว่า Northern Sea Route หรือเส้นทางเดินเรือทะเลสายเหนือ อาจกลายเป็นตัวเลือกที่ดีแทนคลองสุเอซ ที่ต้องปิดการสัญจรตั้งแต่วันอังคาร (23 มีนาคม) ที่ผ่านมา เพราะเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ Ever Given เกยขวางคลองอยู่ Rosatom ได้ทวีตข้อความ ‘ทีเล่นทีจริง’ อย่างต่อเนื่อง โดยให้เหตุผลว่าทำไมเส้นทางเดินเรืออาร์กติกของรัสเซีย จึงเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็น Northern Sea Route มีพื้นที่มากกว่าสำหรับเรือต่าง ๆ ที่ต้องแล่นหรือวนรอสัญจรผ่าน นอกจากนี้ Rosatom ยังมีเรือตัดน้ำแข็งพลังนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงง่ายต่อการปลดปล่อยเรือใด ๆที่ติดนำแข็งด้วย

ทั้งนี้ กองเรืออาร์กติกของ Rosatom มีเรือตัดน้ำแข็งพลังนิวเคลียร์ 5 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ และเรือตู้สินค้าขนาดกลางอีก 4 ลำ ภายใต้การดูแลของ Rosatomflot ตั้งอยู่ที่เมืองท่า ‘มูร์มันสค์’ (Murmansk) ส่วนเรือตัดน้ำแข็งนั้น ใช้สำหรับนำทางและปฏิบัติการกู้ภัยต่าง ๆ ในเส้นทางเดินเรือทะเลสายเหนือ

read more

Ref: TNN World

30/03/2021

'WaterLight'  โคมไฟแบบพกพา ชาร์ตแบตเตอรี่ ได้เพียงเติมน้ำทะเล !!

สตาร์ทอัพชาวโคลอมเบียคิดค้น โคมไฟแบบพกพาที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ด้วยการเติม "น้ำทะเล" เป็นพลังงานไฟฟ้า มันมีชื่อเรียกว่า WaterLight ซึ่งได้รับการออกแบบให้ตัวเรือนทรงกระบอกและทำจากไม้ สามารถใช้งานง่าย แต่เปิดฝาด้านบนเพื่อเติมน้ำทะเลลงไปในช่องเพียงแค่ครึ่งลิตรก็จะทำให้มีกระแสไฟฟ้าและจะส่องสว่างนานถึง 45 วัน นอกจากให้ความสว่างแล้วมันยังทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อชาร์จโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์ขนาดเล็กอื่น ๆ ผ่านพอร์ต USB ในตัวได้ด้วย

WaterLight สามารถผลิตพลังงานได้ 5,600 ชั่วโมง ทำให้สามารถใช้ได้ 2-3 ปีก่อนแบตจะเสื่อม จากการแตกตัวเป็นไอออนซึ่งจะเห็นอิเล็กโทรไลต์ในน้ำเกลือทำปฏิกิริยากับแผ่นแมกนีเซียมและทองแดงที่ด้านในของหลอดไฟเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งหมายความว่า WaterLight สามารถชาร์จผ่านน้ำทะเล น้ำปกติหรือในกรณีฉุกเฉินสามารถเติมน้ำปัสสาวะก็ยังได้ !!

by Jennifer Hahn . Apr 23, 2021

 

Ref : @igreenstory

05/07/2021

 

กลายเป็นนรกในพริบตา....ภูเขาไฟนีรากองโก 'Nyiragongo' ในประเทศคองโก เกิดระเบิดอย่างรุนแรง !!

กลายเป็นนรกในพริบตา!! ภูเขาไฟนีรากองโก ในประเทศคองโก เกิดระเบิดอย่างรุนแรงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(22 พ.ค.) โดยแทบไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ล่วงหน้า พ่นลาวาเดือดไหลทะลักออกมา จนท้องฟ้ายามค่ำคืนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ลาวาร้อนเดือดทะลักท่วมหลายหมู่บ้านในเมืองโกมา เผาบ้านเรือนประชาชนวอดไปกว่า 500 หลัง และเด็กๆ สูญหายกว่า 170 คน ชาวดีอาร์คองโก ต่างอพยพหนีตายหลายหมื่นคน ในจำนวนนี้ 25,000 คน หนีไปที่เมืองเซคในคองโก ส่วนในเมืองโกมา หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีประชาชนอพยพถึง 5,000 คน และยังมีชาวคองโกอีกจำนวนมาก หนีข้ามพรมแดนเข้าไปในรวันดา ประเทศเพื่อนบ้านของคองโกจนถึงวันนี้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 30 คน และอาจเพิ่มขึ้นอีก จากการสูดดมก๊าซพิษ !!

ธารลาวาจากภูเขาไฟนีรากองโก ได้ไหลท่วมถนนที่เชื่อมระหว่างเมืองโกมา กับเมืองคิบาติ ทำให้ถนนสายนี้ถูกลาวาตัดขาด ความกว้างของลาวากินพื้นที่กว้าง 1,000 เมตร หรือ 1 กิโลเมตร พร้อมกับเตือนชาวบ้านต้องหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ธารลาวาไหลท่วม เนื่องจากลาวายังมีอันตรายและปล่อยก๊าซพิษออกมา แม้จะเย็นตัวลงแล้วก็ตาม

ทางสำนักสังเกตุการณ์ภูเขาไฟเมืองโกมา ยังเตือนล่าสุดว่า ภูเขาไฟนีรากองโกยังคงมีพลัง แรงสะเทือนจากแผ่นดินไหวที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิด ยังคงเกิดขึ้น และเตือนชาวบ้านยังต้องเฝ้าระวังภูเขาไฟระเบิดต่อไป  ภูเขาไฟนีรากองโกลูกนี้ เคยเกิดระเบิดครั้งใหญ่ในปี 2002 มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 120,000 คน

Ref: ฺ BBC, mgronline.com, TNN World

05/25/2021

'MARSHA (MARS HAbitat) แบบบ้านพักไอเดียใหม่บนดาวอังคารด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ...

บริษัทสถาปัตฯและเทคโนโลยีในนิวยอร์ก “AI spaceFactory” นำเสนอ MARSHA (MARS HAbitat) ซึ่งเป็นอาคารแนวตั้งบนดาวอังคารที่มีวิสัยทัศน์ด้วยการพิมพ์ 3 มิติ โครงการนี้นับเป็นความคิดริเริ่มใหม่ จากแบบร่างที่อยู่อาศัยก่อนหน้านี้ซึ่งยึดติดอยู่กับรูปแบบโดมเตี้ยๆ หรือโครงสร้างที่ต้องมีการฝังอยู่ใต้ดิน โดยโครงสร้างของ MARSHA ได้รับการออกแบบมาสำหรับสภาพแรงโน้มถ่วงและลมบนดาวอังคารที่แตกต่างจากโลก ปรับให้เหมาะสมเพื่อรองรับความดันบรรยากาศภายในและความเค้นของโครงสร้าง รูปร่างคล้ายไข่ในแนวตั้งที่ออกแบบรอยต่อให้น้อยที่สุดเพื่อปกป้องมนุษย์จากสภาพแวดล้อมที่รุนแรงของดาวอังคารรวมถึงอุณหภูมิที่หนาวจัดพายุฝุ่นและการแผ่รังสี นวัตกรรมนี้ท้าทายภาพลักษณ์ดั้งเดิมของสถาปัตยกรรม ‘ยุคอวกาศ’ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยในแนวสูงซึ่งปรับให้เข้ากับความต้องการของภารกิจต่างๆ บนดาวอังคาร...!!

MARSHA ได้รับรางวัลที่สองจากการแข่งขันออกแบบของ NASA และได้รับการสนับสนุนสำหรับการพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต โดยเล็งเห็นถึงข้อจำกัดต่างๆ ในการสร้างบนดาวอังคาร AI spaceFactory จึงแก้ปัญหาด้วยวิธีการอาศัยวัสดุที่สามารถหาได้จากพื้นผิวดาวอังคารซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เรียกว่า ISRU: In-Situ Resource Utilization (การใช้ทรัพยากรในแหล่งกำเนิด) และการก่อสร้างด้วยการพิมพ์ 3 มิติแบบอัตโนมัติ การพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุ และการออกแบบสถาปัตยกรรม ผลักดันให้นักออกแบบพัฒนาแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง ซึ่งสามารถสร้างขึ้นในแหล่งกำเนิดบนดาวอังคาร เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมาถึงของผู้ตั้งถิ่นฐานกลุ่มแรก ผลลัพธ์ที่ได้คือบ้านที่มีความน่าเชื่อถือและชวนให้นึกถึงความเจริญของมนุษย์ต่างดาวที่เคยจินตนาการไว้

Ref: www.aispacefactory.com/marsha , www.designboom.com

06/02/2021

 

อนาคตเราอาจจะทำ"เหมืองนิเกิล"จากพืช วิวัฒนาการอันน่าทึ่งของพืชในป่าของอินโดนีเซีย !! 

อนาคตเราอาจจะทำ"เหมืองนิเกิล"จากพืช!! เพราะในปัจจุบันเราสามารถที่จะสกัด "นิเกิล" ออกมาจากส่วนต่างๆของพืชได้สำเร็จ...นี่คือวิวัฒนการอันน่าทึ่งของพืชในป่าของอินโดนีเซีย !!

Aiyen Tjoa และ Antony Van der Ent ผู้กำลังสำรวจและวิจัยเกี่ยวกับพืชกลุ่มหนึ่งในอินโดนีเซีย ซึ่งมีความสามารถในการดูดซับแร่โลหะในระดับสูง โดยเฉพาะ “นิกเกิล”

เมื่อสิบหกปีที่แล้ว Aiyen Tjoa กำลังสำรวจเมืองเหมืองแร่เล็กๆ ที่ชื่อ Sorowako ในใจกลางเกาะ Sulawesi ของอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ทำเหมืองนิกเกิลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่พบว่าพุ่มไม้และต้นอ่อนบางส่วนรอดชีวิตมาได้!! เธอให้เหตุผลว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็น "พืชมหัศจรรย์" ที่สามารถรับนิกเกิลในระดับสูงจากดินและเก็บไว้ในปริมาณที่สูงอย่างน่าประหลาดใจ คล้ายกับการทำความสะอาดดิน พืชที่อุดมด้วยนิกเกิลเหล่านี้สามารถ "ขุด" เพื่อซึมซับแหล่งโลหะทางเลือก ทำให้เราอาจจะเก็บเกี่ยวแร่โลหะนิกเกิลได้โดยไม่ทำลายระบบนิเวศ

พืชส่วนใหญ่ดูดซึมโลหะหนักจำนวนเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นเอนไซม์ที่สำคัญบางชนิด และจำเป็นต้องใช้นิกเกิลเพื่อกระตุ้นกระบวนการออกดอกของพืช แต่นิกเกิลที่มากเกินไปเพียงเล็กน้อยก็สามารถเป็นพิษและฆ่าพืชส่วนใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม พืชสะสมนิกเกิลแบบไฮเปอร์คิวมูเลเตอร์ได้พัฒนาความสามารถในการต้านทานส่วนเกินนี้โดยการกักเก็บโลหะไว้ภายในผนังเซลล์หรือเก็บไว้ในแวคิวโอล ซึ่งเป็นออร์แกเนลล์ที่จัดเก็บภายในเซลล์ Tjoa กล่าว พวกเขาส่วนใหญ่เก็บนิกเกิลในหน่อ ใบ ราก หรือ ยางพืช พืชที่ Tjoa กำลังมองหานั้นรู้จักกันในชื่อ Nickel Hyper-accumulators ซึ่งเป็นกลุ่มของพืชหายากที่มีความเข้มข้นของนิกเกิลอย่างน้อย 1,000 ไมโครกรัมต่อใบแห้ง 1 กรัม

ประโยชน์ของสารสะสมไฮเปอร์นิกเกิลคือพวกมัน สามารถสะสมปริมาณจนกลายเป็นมลพิษหากทิ้งไว้ในดิน แต่จะกลายเป็นวัสดุที่มีค่าหากนำไปผลิตเป็นสิ่งต่างๆ เช่น นิกเกิลที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ก๊อกน้ำในครัวไปจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

06/16/2021

 

Nigle_Plat.jpg

'เจ้าปักเป้าสีส้ม' KA-32  เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยสมรรถนะสูง ที่ไทยควรมีเพิ่ม !!

เราอาจจะคุ้นเคยกับ เฮลิคอปเตอร์ KA-32 หรือเจ้าปักเป้าสีส้มลำนี้ เพราะถูกใช้ในภารกิจดับไฟป่าที่ภาคเหนือแทบทุกปี และถูกใช้กับภารกิจสำคัญๆ มาแล้วหลายครั้ง...!!

สถานการณ์ไฟไหม้ที่โรงงานย่านกิ่งแก้วสงบลงแล้วด้วยความพยายามและความเสียสละของเจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกคน รวมถึงการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน เราได้เห็นเฮลิคอปเตอร์สีส้ม 2 ลำที่เข้าร่วมสนับสนุนปฏิบัติการนี้อย่างรวดเร็วเช่นกัน เรามาทำความรู้จักเค้าเพิ่มขึ้นอีกนิดดีกว่า

นี่คือ เฮลิคอปเตอร์อีกรุ่นหนึ่ง ที่ออกแบบได้ล้ำหน้าและ มีสายการผลิตยาวนาน มาตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต โดยบริษัทคามอฟ (Kamov) ผู้ผลิต ฮ.พิฆาตรุ่นใหญ่ Ka-50/52 สำหรับกองทัพรัสเซียในปัจจุบัน โดยเริ่มจาก Ka-25 ซึ่งเป็นรุ่นแรกของซีรีส์นี้ ที่ผลิตให้กองทัพสหภาพโซเวียต และ บรรจุประจำการเมื่อปี 2525 ต่อมาได้มีการแตกรหัสออกเป็นรุ่นย่อยอื่นๆ อีกมากมาย จนกระทั่งมาถึง Ka-32 ฮ.ที่ใช้ในฝ่ายพลเรือน โดยกลุ่มนาโต้ เรียก Ka-25 กับรุ่นอื่นๆ ในครอบครัวเดียวกันว่า "เฮลิกซ์" (Helix) แต่หลายคนเรียกด้วยความเอ็นดูว่า "ปักเป้า" หรือ Puffer Fish ทั้งนี้เนื่องจากรูปลักษณ์เมื่อมองจากระยะไกล รวมทั้งลักษณะการบิน การเคลื่อนไหว และ มี "หางกุด" ที่ดูคล้ายปลาชนิดนี้

เฮลิคอปเตอร์ KA-32 สัญชาติรัสเซียนี้ ผลิตตั้งแต่ปี 1980 จนถึงปัจจุบัน ราคาเบื้องต้นอยู่ที่ลำละ 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 208,650,000 บาท (1 ดอลลาร์=32.1 บาท ณ วันที่ 5 ก.ค. 64) โดยราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีนำเข้า และอุปกรณ์รวมถึงค่าติดตั้งสำหรับภารกิจกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัยอื่นๆ โดยล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ได้ส่ง KA-32 จำนวน 2 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต 10 นาย ปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกองทัพบก เข้าสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการดับเพลิงเหตุไฟไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้วด้วยอย่างรวดเร็ว

มีรายละเอียดด้านประสิทธิภาพของเฮลิคอปเตอร์ KA-32

> กำลังสูงสุด - 2,190 แรงม้า

> บินด้วยความเร็วสูงสุด - 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

> ระยะการเดินทางอยู่ที่ - 798 กิโลเมตร หรือ 430 ไมล์ทะเล

> เพดานการบินสูงสุด - 16,405 ฟุต

> น้ำหนัก - 12,700 Kg

> บรรทุกสูงสุด - 3,300 Kg หรือ 7,275 ปอนด์

> ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง - 700 แกลลอน หรือ 2,650 ลิตร

> บรรทุกผู้โดยสารได้ - 13 ที่นั่ง

นอกจากนี้ KA-32 ยังสามารถเติมน้ำและปล่อยน้ำได้คราวละ 3,000 ลิตร โดยไม่ต้องลงจอดและยังสามารถใช้ปืนฉีดน้ำและสารเคมีดับเพลิง และยังมีอุปกรณ์ในการตักน้ำได้ถึง 5,000 ลิตร รอกกู้ภัยไฟฟ้ารับน้ำหนัก 300 kg. และเปลพยาบาล พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์อีกด้วย

Ref: thaiarmedforce.com, mgronline.com

07/06/2021

 

Ka-32.jpg

เหรียญรางวัล Olympic "Tokyo 2020" ผลิตจากขยะอิเล็คทรอนิกส์และโทรศัพท์มือถือมากกว่า 6.12 ล้านเครื่อง !! 

มหกรรมกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 32 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Tokyo 2020: Olympic Games เริ่มขึ้นแล้ว มีการแข่งขันที่เริ่มแข่งจนเสร็จสิ้นกระทั่งได้มอบเหรียญรางวัลกันไปหลายรายการเรียบร้อยแล้ว แต่ทราบกันหรือไม่ว่า เหรียญเหรียญรางวัลของการแข่งขันครั้งนี้ล้วนถูกทำขึ้นจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น!! โดยทางการญี่ปุ่นได้เปิดรับบริจาคจากชาวญี่ปุ่นทั่วทั้งประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม สามารถรวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กต่าง ๆ ได้มากถึง 78,985 ตัน นับเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่บริจาคผ่าน NTT docomo อย่างเดียวแล้วมีจำนวนมากถึง 6.21 ล้านเครื่อง !!!

โครงการนี้ทำให้ “โตเกียว 2020 เกมส์” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่เปิดโอกาสให้ “พลเมือง” มีส่วมร่วมผลิตเหรียญรางวัล และเป็นเหรียญรางวัลที่ผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิลทั้งหมด ซึ่งการรีไซเคิลครั้งนี้ สามารถสกัดเอาโลหะมีค่าจากขยะเหล่านั้นมาหลอมเป็นเหรียญรางวัลตามที่กล่าวไปนั่นเอง โดยสามารถสกัดทองคำ เงิน และทองแดง ออกมาได้รวมแล้วกว่า 5,700 กิโลกรัม ผลิตออกมาได้ทั้งหมดประมาณ 5,000 เหรียญสำหรับแจกจ่ายให้นักกีฬา แร่ต่างๆที่สกัดออกมาได้นั้นแบ่งเป็น ทองคำ 32 กิโลกรัม เงิน 3,500 กิโลกรัม และทองแดง 2,200 กิโลกรัม และอันที่จริงในขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังมีโลหะมีค่าอื่นๆ ปะปนอยู่อีกหลายอย่างนอกเหนือจากทอง เงิน และทองแดงด้วยนะครับ เช่น ทองคำขาว นิกเกิล โคบอลต์ อะลูมิเนียม และสังกะสี เป็นต้น แต่พวกนี้ไม่ได้มีกล่าวถึงในรายงาน

เหรียญรางวัลโอลิมปิก "โตเกียว 2020 เกมส์" มีลักษณะ คล้ายก้อนหิน ที่ได้รับการขัดจน ขึ้นเงา และ เปล่งประกาย ตรงตามคอนเซปต์การออกแบบเหรียญที่ต้องการสื่อความหมายว่า “เพื่อหนทางแห่งความรุ่งโรจน์ นักกีฬาต้องพยายามอย่างหนักในการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ” เปรียบเสมือนการเชิดชูความสามารถและการทุ่มเทของนักกีฬา ส่วนด้านหน้าและด้านหลังของ เหรียญรางวัล ได้รับการออกแบบให้มีองค์ประกอบครบตามข้อกำหนดของ “คณะกรรมการโอลิมปิกสากล” ซึ่งประกอบไปด้วย

Nike (นีเคย์) เทพีแห่งชัยชนะของชาวกรีก รูปสลักที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของ

พานาธิไนกอส (Panathinaikos) สนามกีฬาหินอ่อนโบราณในกรุงเอเธนส์ ชื่อการแข่งขันอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 32

สัญลักษณ์ 5 ห่วงวงกลมของโอลิมปิก

เหรียญรางวัล “โตเกียว 2020 เกมส์” มีขนาด ดังนี้

เส้นผ่าศูนย์กลาง 85 มิลลิเมตร

ส่วนที่บางที่สุด 7.7 มิลลิเมตร

ส่วนที่หนาที่สุด 12.1 มิลลิเมตร

น้ำหนัก : เหรียญทอง 556 กรัม มีทองคำไม่น้อยกว่า 6 กรัม, เหรียญเงิน (เงินแท้) 550 กรัม, เหรียญทองแดง (red brass : ทองแดง 95% สังกะสี 5%) 450 กรัม

ด้านข้างของเหรียญ สลักชื่อประเภทกีฬาเป็นภาษาอังกฤษ

Ref: bangkokbiznews.com

07/27/2021

 

อำลา 'Shinkansen' E4 Max วิ่งส่งท้าย 1 ตุลาคมนี้ 

บริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันออก หรือ JR East ได้ประกาศว่ารถไฟหัวกระสุนสองชั้นอันเป็นสัญลักษณ์ (新幹線 ชินคันเซ็น) รุ่น E4 Max จะหมดอายุและปลดประจำการในฤดูใบไม้ร่วงปี 2021 นี้ จะมีการเตรียมการอำลาครั้งสุดท้าย ที่จะวิ่งบนสาย Joetsu Shinkansen (上越新幹線) โดยรุ่น E4 Max เป็นชินคันเซ็นสองชั้นเพียงแห่งเดียวที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่ และผู้โดยสารจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็ชื่นชอบความทรงจำที่เคยได้นั่งมันตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกใน 1997 !!

โดยวันสุดท้ายของการดำเนินการตามปกติของซีรีส์ E4 Max    จะเป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2021 ซึ่ง JR East มีการจัดกิจกรรม “Last Run” ขึ้นในวันที่ 9-10 ตุลาคม และ 16-17 ตุลาคม ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จำเป็นต้องซื้อแพ็คเกจหรือตั๋วพิเศษเพื่อโดยสารเที่ยวอำลาส่งท้าย

โลโก้ Last Run ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการเกษียณอายุ โดยมีภาพเงาของรถรางที่มีรูปร่างเป็นกราฟที่สูงขึ้นซึ่งแสดงถึงอนาคตของเทคโนโลยีชินคันเซ็นที่พัฒนาตลอดเวลา สีทูโทนที่โดดเด่นในรูปของเครื่องหมายเท่ากับแสดงถึงความปรารถนาของบริษัทที่จะให้คำตอบแก่อนาคตที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของบริษัทต่อไป

ปัจจุบัน รถไฟซีรีส์ E2, E4 และ E7 วิ่งบน Joetsu Shinkansen มีการวางแผนว่าสุดท้ายแล้วรถไฟซีรีส์ E2 และ E4 ทั้งหมดจะถูกแทนที่ด้วยรถไฟซีรีส์ E7 ซึ่งสามารถทำความเร็วได้สูงกว่าและมีชั้นวางสัมภาระมากขึ้นสำหรับสัมภาระขนาดใหญ่

ที่มา : www.jreast.co.jp, https://japanrailtimes.japanrailcafe.com.sg, https://railf.jp

#Shinkansen #jreast #japan #japantravel #development

08/16/2021

 

E4E7.jpg

เราขยะอวกาศมากกว่า 22,000 ชิ้น โคจรอยู่รอบชั้นบรรยากาศของโลก !!

นับแต่มนุษย์ส่งยานอวกาศ ดาวเทียม และคนขึ้นไปสำรวจอวกาศตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950 ก็ทำให้เกิดขยะขึ้นในห้วงอวกาศจากฝีมือมนุษย์ ยิ่งเรามีโครงการอวกาศเพิ่มขึ้น ก็ยิ่งทำให้ชิ้นส่วนขยะอวกาศที่ล่องลอยอยู่ในวงโคจรโลก นับวันจะยิ่งแน่นหนาขึ้น และกำลังกลายเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่จะสร้างความเดือดร้อนให้มนุษย์เราได้ทุกเมื่อ !!

ขยะอวกาศคืออะไร?

ขยะอวกาศ (space junk หรือ space debris) คือวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นแล้วถูกทิ้งไว้ในห้วงอวกาศเมื่อเลิกใช้งานแล้ว โดยมีทั้งวัตถุขนาดใหญ่ เช่น ยานอวกาศปลดระวาง วัตถุที่สลัดทิ้งระหว่างภารกิจเดินทางขึ้นสู่อวกาศ ชิ้นส่วนเครื่องจักรและดาวเทียมที่เสีย หรือเลิกใช้งานแล้ว นอกจากนี้ยังรวมถึงวัตถุขนาดเล็ก เช่น เศษซากการชนกันของวัตถุที่ลอยอยู่ในห้วงอวกาศ หรือแม้แต่แผ่นสีที่หลุดลอกออกจากยานอวกาศ รวมถึงของเหลวแข็งตัวที่ถูกขับออกจากยานอวกาศ เป็นต้น

ขยะอวกาศมีอยู่มากแค่ไหน?

ปัจจุบันมีขยะอวกาศที่ขนาดใหญ่กว่า 10 เซนติเมตรล่องลอยอยู่ในวงโคจรโลกมากกว่า 30,000 ชิ้น และคาดว่าจะมีชิ้นส่วนขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตรอยู่มากถึง 128 ล้านชิ้น ศาสตราจารย์ มอริบา จาห์ วิศวกรการบินและอวกาศจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสและคณะได้จัดทำแผนที่ขยะอวกาศที่เรียกว่า AstriaGraph สำหรับเฝ้าติดตามวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งหมดในอวกาศ เพื่อช่วยนักวิทยาศาสตร์ในการติดตามและพยากรณ์พฤติการณ์ของพวกมัน "เราติดตามวัตถุกว่า 26,000 ชิ้น ตั้งแต่ที่มีขนาดเท่าสมาร์ทโฟน ไปจนถึงขนาดเท่าสถานีอวกาศ อาจมีดาวเทียมที่ยังทำงานอยู่ 3,500 ดวง ซึ่งยังมีประโยชน์อยู่ แต่นอกเหนือจากนั้นก็คือขยะ" ศาสตราจารย์ จาห์ กล่าว

ขยะอวกาศก่อให้เกิดปัญหาอะไร?

แม้ขยะอวกาศโดยมากจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชาวโลก เพราะส่วนใหญ่จะถูกเผาไหม้และหายไปเมื่อตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลก แต่ปัญหาอาจเกิดขึ้นในห้วงอวกาศ เพราะมีความเสี่ยงที่ขยะอวกาศจะพุ่งชนดาวเทียมสำคัญต่าง ๆ เช่น ดาวเทียมที่ให้บริการบอกตำแหน่ง การนำทางด้วยระบบจีพีเอส การบอกเวลา การสื่อสาร การทำธุรกรรมทางการเงิน และการเตือนภัยสภาพอากาศ จนทำให้ดาวเทียมเหล่านี้ได้รับความเสียหายและหยุดทำงานลง แม้แต่ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ยังเคลื่อนตัวในวงโคจรโลกด้วยความเร็ว 5 ไมล์ต่อวินาที นี่หมายความว่าการชนกันที่เกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายได้อย่างมาก ปัญหาดังกล่าวทำให้ในแต่ละปี ต้องมีการบังคับดาวเทียม หรือแม้แต่สถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ให้หลบหลีกการพุ่งชนของขยะอากาศหลายร้อยครั้ง

Ref: www.bbc.com, www.esa.int

#space #spacejunk #spacedebris #AstriaGraph #ISS #spacex #environment #nasa #development #map #mapquest #asia

08/20/2021

 

JunkSpace.jpg

Google Maps for Android เพิ่มฟีเจอร์ สามารถใช้งานแบบแบ่งครึ่งหน้าจอระหว่าง Map กับ Streetview ได้แล้ว !!

ที่ผ่านมา เป็นที่รู้กันว่าขณะที่เรามีการใช้งาน Google Map นั้น ในบางครั้งเราก็อยากที่จะใช้งาน Streetview ไปพร้อมกัน เนื่องจากเราอาจจะต้องการยืนยันตำแหน่งของเราในสถานที่ที่เห็นเสมือนจริง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ จนในที่สุดทาง Google ก็ได้เพิ่มโหมดแบ่งมุมมองการแสดงผลสำหรับ Streetview บน Androids ซึ่งทำให้การใช้งานแผนที่ของคุณง่ายขึ้น

หากต้องการใช้มุมมองในรูปแบบแบ่งหน้าจอ หลังจากที่คุณค้นหาตำแหน่งสถานที่ที่ต้องการจะเดินทางไปแล้ว คุณเพียงเปิดการใช้งาน Streetview จากนั้นมองหาปุ่มย่อ/ขยายรูปวงกลมด้านล่างขวาของหน้าจอ แล้วกดใช้งาน เพื่อเปิดระบบ Google Map เพื่อแสดงผลการนำทางไปพร้อมๆกับ Streetview ซึ่งระบบนี้สามารถแสดงผลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน

ขอขอบคุณข้อมูล www.androidpolice.com

04/02/2021

3BB & Mono ถูกแฮคข้อมูลของลูกค้า มากกว่า 8 ล้าน รายการ !!

3BB & Mono ถูกแฮคข้อมูลของลูกค้ามากกว่า 8 ล้านรายการ !

Databreaches.net  เปิดเผยข้อมูลที่ได้รับที่จากกลุ่มแฮกเกอร์ ALTDOS ที่เข้าโจมตี บริษัท Jasmine International ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ 3BB และ Mono Group และได้ข้อมูลต่างๆของลูกค้าไป ข้อมูลที่หลุดออกไปอาจจะมีมากถึง 8 ล้านราย

ซึ่งประกอบไปด้วย

  > ชื่อ ที่อยู่ วันเกิด หมายเลขบัตรประชาชน

  > อีเมล หมายเลขเลขโทรศัพท์มือถือ

  > ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน

  > และข้อมูลอื่นๆ

ซึ่ง ALTDOS ได้ให้ข้อมูลบางส่วนกับ DataBreaches.net ในการอ้างสิทธิ์ว่าตนเป็นผู้ทำการละเมิดข้อมูลในครั้งนี้ Altdos อ้างว่าเจาะเอาข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ของ Jasmine เป็นระยะเวลารวมกันกว่า 2 เดือน โดยไม่พบการป้องกันหรือแม้แต่ไฟร์วอลล์ใด ๆ รวมถึงมีการแจ้งเตือนวันและเวลาก่อนการโจมตีด้วยซ้ำ !!

read more

Ref: www.techhub.in.th

13/01/2021

ความสามารถของ TMS และ API กุญแจสู่อนาคตที่จะถูกใช้ใน
อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการขนส่ง

ระบบจัดการการขนส่ง TMS และ API เป็นระบบที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการนำทางแบบอัตโนมัติ
โดยจะพัฒนารูปแบบ เป็นแบบกำหนดเองได้

(Customer Logistics Software)
- ทำงานแบบเรียบไทม์
- ลดต้นทุนการดำเนินงาน
- เหมาะสมกับธุรกิจแต่ละประเภท read more

Ref: https://news.startupthailand.org/

02/12/2020

MIT เริ่มใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ สำรวจสมบัติใต้ทะเลลึก 2,000 m แทนมนุษย์ !!

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot คือหุ่นยนต์ที่ออกแบบขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจากร่างกายมนุษย์) ตัวนี้มีชื่อว่า “โอเชียน-วัน” (Ocean One) เป็นผลงานของทีมวิศวกรจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งถูกออกแบบให้สามารถทลายข้อจำกัดในการใช้งานใต้ทะเลลึกได้อย่างชาญฉลาด แบบที่มนุษย์ทั่วไปก็ทำไม่ได้

ผลงานอันโดดเด่นของโอเชียน-วัน คือการทำงานร่วมกับนักโบราณคดีในการสำรวจซากเรือ La Lune ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ที่จมลงใต้ทะเลกลึกกว่า 100 เมตร มานานกว่า 350 ปี (นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1964) แน่นอนว่าโอเชียน-วันไม่ทำให้ผิดหวัง มันสามารถเก็บกู้โบราณวัตถุอย่างแจกัน ซากเรือ โดยไม่บุบสลายเลยสักนิด แม้ว่าโบราณวัตถุดังกล่าวจะถูกน้ำกัดเซาะจนเปราะบางแล้วก็ตาม

Ref: stanford.edu , flagfrog.com

04/22/2021

อย่าดูแคลนจีน !! จีนส่งหุ่นยนต์สำรวจ ลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารได้สำเร็จเป็นชาติที่ 2 ของโลก !!

หลังออกเดินทางจากโลกมานาน 9 เดือน จีนได้ประกาศความสำเร็จในฐานะเป็นประเทศที่สองที่สามารถลงสำรวจถึงพื้นผิวดาวอังคารต่อจากสหรัฐฯ โดยยานอวกาศเทียนเวิ่น-1 ที่กำลังโคจรวนรอบดาวอังคาร ได้นำส่งหุ่นยนต์ตระเวนสำรวจ "จู้หรง" (Zhurong rover) ลงแตะพื้นได้โดยปลอดภัยแล้ว

หุ่นยนต์ตระเวนสำรวจ 6 ล้อของจีน ลงจอดได้ตรงจุดเป้าหมายที่กำหนดไว้ในบริเวณที่ราบ Utopia Planitia ทางซีกเหนือของดาวอังคาร เมื่อเวลา 6.18 น. ตามเวลาในประเทศไทยของวันนี้ (15 พ.ค.) โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการลงจอดมีเพียงแคปซูลห่อหุ้มตัวหุ่นยนต์ ร่มชูชีพ และส่วนฐานที่ติดตั้งจรวดขับดันเท่านั้น

"จู้หรง" ซึ่งมีความหมายว่า "เทพแห่งไฟ" ใช้เวลาราว 17 นาทีหลังแตะพื้นดาวอังคารเพื่อกางแผงเซลล์สุริยะทั้งหมด ก่อนจะส่งสัญญาณการทำงานกลับมายังโลกเป็นครั้งแรก ซึ่งสัญญาณวิทยุดังกล่าวใช้เวลาเดินทางราว 18 นาที

ตัวของหุ่นยนต์ตระเวนสำรวจนี้หนัก 240 กิโลกรัม ติดตั้งกล้องและอุปกรณ์สำรวจอีก 5 ชิ้น ซึ่งมีผู้วิจารณ์ว่าลักษณะโดยทั่วไปของมันคล้ายกับหุ่นยนต์ Spirit และ Opportunity ขององค์การนาซา ที่ถูกส่งไปสำรวจพื้นผิวดาวอังคารก่อนหน้านี้ในช่วงทศวรรษ 2000 ทีมผู้ควบคุมหุ่นยนต์จู้หรงของจีนบอกว่า จะพยายามให้มันทำงานได้เป็นเวลาอย่างน้อย 90 วันดาวอังคาร เพื่อสำรวจโครงสร้างทางธรณีวิทยา แหล่งแร่ธาตุต่าง ๆ และสถานที่กักเก็บน้ำแข็งใต้พื้นผิวดาว โดยเวลา 1 วันของดาวอังคารนั้น เท่ากับ 24 ชั่วโมง 39 นาทีบนโลก

Ref: www.bbc.com

05/18/2021

Rover2Mar_China.JPG

มารู้จัก "ไอรอนโดม" (Iron Dome) ปราการเหล็กล้ำสมัยที่ปกป้องน่านฟ้าอิสราเอล !!

เหตุสู้รบครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีในอิสราเอลและฉนวนกาซาทำให้โลกได้เห็นภาพน่าตื่นตาของการต่อสู้กันเหนือน่านฟ้าแถบนี้ จากการสู้รบที่ดำเนินมาร่วมหนึ่งสัปดาห์ กลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์อื่น ๆ ได้ระดมยิงจรวจใส่อิสราเอลกว่า 2,000 ลูก แต่กองทัพอิสราเอลระบุว่าราว 90% ของจรวจที่ยิงเข้าไปนั้นถูกสกัดไว้โดยระบบขีปนาวุธป้องกันที่สำคัญของประเทศที่มีชื่อว่า "ไอรอนโดม" (Iron Dome) !!

ไอรอนโดมถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการโจมตีทางอากาศระยะใกล้(4-70 km) โดยมีจุดกำเนิดมาจากครั้งที่อิสราเอลทำสงครามกับกลุ่มติดอาวุธ "เฮซบอลเลาะห์" ของเลบานอน ในปี 2006 ซึ่งตอนนั้นมีการยิงจรวจโจมตีอิสราเอลหลายพันลูก สร้างความเสียหายรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนและต้องอพยพผู้คนจำนวนมาก หลังจากนั้นอิสราเอลได้สั่งพัฒนาระบบขีปนาวุธป้องกันภัยขึ้นมาใหม่

ไอรอนโดม ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทของอิสราเอลคือ Rafael Advanced Defense Systems และ Israel Aerospace Industries โดยได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และเริ่มถูกนำมาใช้งานในปี 2011 และถือเป็นหนึ่งในระบบป้องกันการโจมตีที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในโลก ทำงานโดยใช้เรดาร์เพื่อบ่งชี้และยิงขีปนาวุธขึ้นไปสกัดก่อนที่มันจะสร้างความเสียหายขึ้น โดยระบบ AI จะทำลายสิ่งที่ระบบประเมินว่าเป็นภัยอันตรายเท่านั้น

ปัจจุบันมีการติดตั้งตามแนวสู้รบ 10 แห่งทั่วประเทศ ส่วนฐานยิงมีรัศมีครอบคลุมในการป้องกัน 150 ตารางกิโลเมตร แต่ละแห่งมีมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แท่นยิง 3-4 เครื่อง ซึ่งสามารถยิงสกัดขีปนาวุธได้คราวละ 20 ลูก หัวหน้าองค์การป้องกันขีปนาวุธของอิสราเอล เปิดเผยว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงเดือน ม.ค.64 ก่อนการสู้รบล่าสุด ระบบโดมเหล็กสามารถทำลายขีปนาวุธไปแล้วกว่า 2,400 ลูก คิดเป็นอัตราความสำเร็จอยู่ที่ 90% ในอนาคตอิสราเอลมีความต้องการจะเพิ่มระยะสกัดยิงไปเป็น 250 กิโลเมตร และเพิ่มความรอบตัวให้สามารถขัดขวางจรวดที่มาจากสองทิศทางได้พร้อมกัน

Reference : www.bbc.com

05/21/2021

 

'NASA' ส่งลูกปลาหมึกมากกว่า 100 ตัวขึ้นไปยังสถานีอวกาศ(ISS)

ลูกหมึกมากกว่า 100 ตัวและสิ่งมีชีวิตจุลชีวะขนาดเล็กกว่ามากกว่า 5,000 ตัวถูกส่งไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี้ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ และอุปกรณ์สำหรับการทดลองอื่นๆ จะมุ่งหน้าไปยัง ISS ด้วยจรวด Falcon 9 ของ SpaceX โดยหวังว่าการทดลองจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจผลกระทบของการบินและการใช้ชีวืตในอวกาศ

ลูกปลาหมึกยักษ์จำนวน 128 ตัวจะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของการบินอวกาศต่อปฏิสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ระหว่างจุลินทรีย์และสัตว์ โดยปลาหมึกนั้นมีระบบภูมิคุ้มกันที่คล้ายกับของมนุษย์ Nasa กล่าวว่าการทดลองนี้สามารถสนับสนุนการพัฒนามาตรการป้องกันและรักษาสุขภาพของนักบินอวกาศในระหว่างภารกิจในอวกาศที่ยาวนาน และปลาหมึกเหล่านี้ก็จะถูกแช่แข็งก่อนที่พวกมันจะกลับคืนสู่โลก

พวกเขายังส่ง tardigrades กว่า 5,000 ตัว ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า “หมีน้ำ” ไปกับจรวด SpaceX ด้วย หมีน้ำเป็นสัตว์จุลชีวะที่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรงกว่าสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ ทำให้สิ่งนี้เหมาะสำหรับการศึกษาว่าชีวิตตอบสนองและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้อย่างไร

โธมัส บูธบี ผู้วิจัยหลักของการทดลอง กล่าวว่า "สิ่งหนึ่งที่เราอยากทำจริงๆ ก็คือ ทำความเข้าใจว่าทาร์ดิเกรดรอดชีวิตและแพร่พันธุ์ได้อย่างไรในสภาพแวดล้อมเหล่านี้ และเราจะเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับกลอุบายที่พวกมันใช้และปรับให้เข้ากับมนุษย์อวกาศได้หรือไม่"

Ref: www.bbc.com

06/10/2021

 

'Graphene' สุดยอดวัสดุเปลี่ยนโลก แข็งกว่าเพชร เบากว่ากระดาษ นำไฟฟ้าได้ดีที่สุดในโลก !!

อนาคตเราอาจจะทำ"เหมืองนิเกิล"จากพืช!! เพราะในปัจจุบันเราสามารถที่จะสกัด "นิเกิล" ออกมาจากส่วนต่างๆของพืชได้สำเร็จ...นี่คือวิวัฒนการอันน่าทึ่งของพืชในป่าของอินโดนีเซีย !!

Aiyen Tjoa และ Antony Van der Ent ผู้กำลังสำรวจและวิจัยเกี่ยวกับพืชกลุ่มหนึ่งในอินโดนีเซีย ซึ่งมีความสามารถในการดูดซับแร่โลหะในระดับสูง โดยเฉพาะ “นิกเกิล”

เมื่อสิบหกปีที่แล้ว Aiyen Tjoa กำลังสำรวจเมืองเหมืองแร่เล็กๆ ที่ชื่อ Sorowako ในใจกลางเกาะ Sulawesi ของอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ทำเหมืองนิกเกิลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่พบว่าพุ่มไม้และต้นอ่อนบางส่วนรอดชีวิตมาได้!! เธอให้เหตุผลว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็น "พืชมหัศจรรย์" ที่สามารถรับนิกเกิลในระดับสูงจากดินและเก็บไว้ในปริมาณที่สูงอย่างน่าประหลาดใจ คล้ายกับการทำความสะอาดดิน พืชที่อุดมด้วยนิกเกิลเหล่านี้สามารถ "ขุด" เพื่อซึมซับแหล่งโลหะทางเลือก ทำให้เราอาจจะเก็บเกี่ยวแร่โลหะนิกเกิลได้โดยไม่ทำลายระบบนิเวศ

พืชส่วนใหญ่ดูดซึมโลหะหนักจำนวนเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นเอนไซม์ที่สำคัญบางชนิด และจำเป็นต้องใช้นิกเกิลเพื่อกระตุ้นกระบวนการออกดอกของพืช แต่นิกเกิลที่มากเกินไปเพียงเล็กน้อยก็สามารถเป็นพิษและฆ่าพืชส่วนใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม พืชสะสมนิกเกิลแบบไฮเปอร์คิวมูเลเตอร์ได้พัฒนาความสามารถในการต้านทานส่วนเกินนี้โดยการกักเก็บโลหะไว้ภายในผนังเซลล์หรือเก็บไว้ในแวคิวโอล ซึ่งเป็นออร์แกเนลล์ที่จัดเก็บภายในเซลล์ Tjoa กล่าว พวกเขาส่วนใหญ่เก็บนิกเกิลในหน่อ ใบ ราก หรือ ยางพืช พืชที่ Tjoa กำลังมองหานั้นรู้จักกันในชื่อ Nickel Hyper-accumulators ซึ่งเป็นกลุ่มของพืชหายากที่มีความเข้มข้นของนิกเกิลอย่างน้อย 1,000 ไมโครกรัมต่อใบแห้ง 1 กรัม

ประโยชน์ของสารสะสมไฮเปอร์นิกเกิลคือพวกมัน สามารถสะสมปริมาณจนกลายเป็นมลพิษหากทิ้งไว้ในดิน แต่จะกลายเป็นวัสดุที่มีค่าหากนำไปผลิตเป็นสิ่งต่างๆ เช่น นิกเกิลที่ถูกนำไปใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ก๊อกน้ำในครัวไปจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

06/23/2021

 

Graphene_News02.jpg

'World Solar Challenge' การแข่งขันรถพลังงานแสงอาทิตย์สุดโหดกว่า 3,000 km ที่มีมายาวนานกว่า 30 ปี !!

World Solar Challenge" การแข่งขันรถพลังงานแสงอาทิตย์สุดทรหดรายการหนึ่งของโลกได้ถูกจัดขึ้นมาอย่างยาวนานเป็นเวลากว่า 30 ปี โดยปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "Bridgestone World Solar Challenge" WSC ได้รวบรวมนักนวัตกรรมสายเลือดใหม่จากทั่วทุกมุมโลก ลงแข่งขันเพื่อช่วงชิงความเป็นสุดยอดยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดในกาแล็กซีนี้ นั่นก็คือ ‘พลังงานจากดวงอาทิตย์’ !!!!

ทุกๆ 2 ปี การแข่งขันนวัตกรรมทางยานยนต์ที่ดึงดูดจิตวิญญาณของคนผู้เข้าไว้ด้วยกัน World Solar Challenge ถูกจัดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลีย โดยมีทีมเข้าร่วมกว่า 50 ทีมจาก 25 ประเทศ ที่ต้องนำยานยนต์ที่ออกแบบเอง ลงสนามแข่งขันเป็นระยะทางไกลถึง 3,022 กิโลเมตรบนถนนจริง โดยห้ามใช้พลังงานจากน้ำมันที่เราคุ้นเคยแม้แต่หยดเดียว! พลังแสงอาทิตย์และพลังใจเท่านั้นที่จะเป็นแรงผลักดันของทั้งรถและคน

3,022 กิโลเมตร ตั้งแต่เมืองดาร์วิน (Darwin) ทางเหนือสุดของออสเตรเลียสู่เมืองอะดิเลด (Adelaide) โดยมีเส้นทางที่มีชื่อว่า Stuart highway ตั้งชื่อตามนักบุกเบิกคนสำคัญชาวออสเตรเลีย John McDouall Stuart ผู้เป็นคนแรกที่สามารถเดินทางจากทิศใต้สู่ทิศเหนือและกลับมายังจุดเริ่มต้นได้สำเร็จ โดยเหล่าสหายที่ไปร่วมทริปหฤโหดนี้ ไม่มีใครเสียชีวิตจากการเดินทางเลย แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเส้นทางที่โหดร้ายแสนร้อนแล้ง เส้นทางนี้เองจึงเหมาะกับเหล่านักผจญภัยยุคปัจจุบัน ที่ต้องเผชิญความท้าทายพร้อมกับ ‘รถพลังงานแสงอาทิตย์’ ของพวกเขา

หัวใจของการแข่ง คือการจับพลังงานจากแสงแดดที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพให้มากที่สุด การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ทีมงานมักจะเอียงแผงโซลาร์เซลล์ให้ตั้งฉากกับแสงอาทิตย์หลังจากสิ้นสุดการขับขี่เวลา 17.00 น. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากแสงที่มีอยู่ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ในการบีบทุกหยดของพลังงานสุดท้ายออกจากเซลล์ มอเตอร์และตัวควบคุม ต้องได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกัน โดยมุ่งเน้นที่การสูญเสียพลังงานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เมื่อขับเคลื่อนรถไปตามถนน

ในยุคที่ผู้คนทั่วโลกกำลังถามหาพลังงานทางเลือก เพื่อช่วยกันรักษาและอนุรักษ์แหล่งพลังงานของโลก Solar Power อาจเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนคำตอบที่จะเป็นทางออกของปัญหาข้อจำกัดการใช้งานยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าที่มีขีดจำกัดด้านปริมาณของพลังงาน และในอนาคต สิ่งนี้อาจทำให้ยานพาหนะที่ใช้พลังงานทางเลือกในรูปแบบไฟฟ้า เดินทางไปสู่จุดหมายได้ไกลขึ้น

Ref: www.worldsolarchallenge.org, thematter.co, hackaday.com

07/09/2021

 

WorldSolarC_01.jpg

'Blue Tears' ปรากฏการณ์ทะเลเรืองแสงอันน่าทึ่ง ที่เกาะ Matsu Island.. 

น้ำตาสีฟ้า (Blue Tears) เป็นปรากฏการณ์ที่น้ำทะเลเรืองแสงเป็นแสงสีฟ้าระยิบระยับ ที่บริเวณหมู่เกาะ Matsu ของไต้หวัน ซึ่งมักจะมองเห็นได้ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน เนื่องจากพวกมันต้องการน้ำอุ่นตั้งแต่ 15-24 °C

ความลับของความสวยงามของ “น้ำตาสีฟ้า” เกิดขึ้นจากแพลงก์ตอน Noctiluca scintillans แพลงก์ตอนที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Sea sparkle แพลงก์ตอนที่มีรูปร่างทรงกลมเหมือนฟองอากาศ เมื่อถูกรบกวนจากการเคลื่อนไหวของคลื่นในทะเล จึงเรืองแสงเป็นแสงสีน้ำเงิน พวกมันมีความอ่อนไหวต่อแสงจากภายนอกมาก ซึ่งเป็นเหตุให้สามารถมองเห็นได้ในความมืดสนิทเท่านั้น และทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หมู่เกาะ Matsu ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

โดยทั่วไป แพลงก์ตอนกลุ่มนี้จะไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ จึงต้องหาอาหารจากแหล่งอื่น โชคดีที่บริเวณหมู่เกาะ Matsu มีความอุดมสมบูรณ์ของเกลือซึ่งเหมาะแก่การเติบโตของแพลงก์ตอนเหล่านี้......

ขอบคุณที่มา: thaitravelcenter.com, สำรวจโลก

#น้ำตาทะเล #Bluetears #Matsu #Noctiluca #Seasparkle #Map #Mapquest

06/16/2021

 

ใครเกิดทันยกมือขึ้น ?!?!?
Starwar R2D2 Tamagotchi !!

ทามากอตจิ หรือ "สัตว์เลี้ยงดิจิตอล" ไอเทมสุดฮิตสำหรับคนยุค90 มีข่าวฮือฮาอีกครั้งจากการที่ Bandai และ Disney ประกาศจับมือกันเปิดตัว Tamagotchi รุ่น R2-D2 หุ่นยนต์ดรอยด์สุดน่ารักจากภาพยนต์ 'Star Wars'

R2-D2 Tamagotchi จะแสดงแอนิเมชั่นเฉพาะตัวของ R2-D2 ที่แตกต่างกัน 19 แบบ จากการฝึกทักษะต่างๆให้กับ R2-D2 เช่น การพูดคุยโต้ตอบ การชาร์จพลังงาน ทำความสะอาดและการปลดล็อกมินิเกมต่างๆ (การผจญเพลิงและ Dejarik "holochess") ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณจะทำให้ R2-D2 ของคุณมีความสุข ซึ่งหากคุณละเลยเขานานเกินไป เจ้า R2 ของคุณก็อาจถูกพวก Jawas ลักพาตัวหายไปหายไปได้ !!

Star Wars R2-D2 Tamagotchi   มี 19 ทักษะสำหรับ R2-D2 เพื่อเรียนรู้และ 7 มินิเกมให้ปลดล็อก ขึ้นอยู่กับระดับทักษะของ R2  มาพร้อมกับเคส R2-D2 สีขาวคลาสสิกบนสายโซ่ ที่คุณพาไปได้ทุกที่! นอกจากนี้ยังมีในเคสโฮโลแกรม R2-D2 สีฟ้าอีกด้วย

Star Wars R2-D2 Tamagotchi จะเริ่มวางจำหน่ายภายวันที่ 11 พฤศจิกายนปีนี้ พร้อมเตรียมเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าได้เร็วๆ นี้ ในราคาที่ $19.99 หรือประมาณ 600-700 บาท

 

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.bandai.com/.../star-wars-r2-d2-tamagotchi.../...

#bandai #tamagotchi #disney #starwar #r2d2 #digitalpet

08/06/2021

 

'เจ้าปักเป้าสีส้ม' KA-32  เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยสมรรถนะสูง ที่ไทยควรมีเพิ่ม !!

X-59 (QueSST) เป็นเครื่องบินเจ็ทความเร็วเหนือเสียงที่มีการพัฒนาให้เกิดคลื่นโซนิคบูมในระดับต่ำ (Low-Boom) จากความร่วมมือระหว่าง NASA และ บริษัท Lockheed Martin หนึ่งในโครงการ “X-Plane” ของ NASA จะเริ่มการทดสอบการบินในปี 2022-2023 โดยตั้งใจที่จะส่งมอบเครื่องบินให้กับ NASA ในช่วงปี 2023 !!

ปัจจุบัน FAA ห้ามบินเหนือเสียงเหนือภาคพื้นดิน เนื่องจากเหตุการณ์เสียงรบกวนที่รุนแรงซึ่งเกิดจากเครื่องบินที่เดินทางเร็วกว่าความเร็วเสียง ที่เคยเกิดขึ้นกับเครื่องบินคองคอร์ด(Concorde) สายการบินความเร็วเหนือเสียงที่โด่งดังที่เคยสร้างประวัติการเดินทางจาก “นิวยอร์กซิตี้” ไปยัง “ปารีส” ในเวลาเพียงสามชั่วโมงครึ่ง จากเดิมที่ต้องเดินทางยานานถึงแปดชั่วโมงบนเครื่องบิน ซึ่งเส้นทางเที่ยวบินส่วนใหญ่ต้องบินจำกัดให้ผ่านอยู่บนพื้นที่เหนือทะเลและมหาสมุทร ซึ่งหากนำเทคโนโลยี QueSST มาใช้อย่างประสบความสำเร็จ ด้วยความเร็วที่สามารถทำได้ที่ 1.42 มัค หรือประมาณ 940 ไมล์ต่อชั่วโมง การเดินทางจากนิวยอร์คไปยังลอสแองเจลิสอาจใช้เวลาเพียงแค่การชมภาพยนต์เพียง 1 เรื่องเท่านั้น

Lockheed ได้ออกแบบเครื่องบิน Low-boom ที่หวังว่าจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้ความเร็วขั้นสูงบินเหนือพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ เช่น ในตัวเมือง ซึ่งจะช่วยลดเวลาเที่ยวบินในเส้นทางที่มีระยะทางไกลลงได้อย่างมาก หากนำเทคโนโลยี QueSST มาใช้อย่างประสบความสำเร็จ ด้วย ตัวเครื่องบินที่มีการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อช่วยลดการเกิดคลื่นโซนิคบูม ทำให้ตัวเครื่องบินสามารถบินเข้าความเร็วเหนือเสียงได้อย่างรวดเร็วหลังนำเครื่องขึ้นไปแล้ว ความเร็วที่สามารถทำได้ที่ 1.42 มัค หรือประมาณ 940 ไมล์ต่อชั่วโมง (ราว 1,500 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ที่ระดับความสูง 55,000 ฟุต

X-59 ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เสียงบูมเงียบลงได้อย่างไร?

วิศวกรได้รวมเอาคุณสมบัติการออกแบบที่เป็นนวัตกรรมใหม่หลายอย่างไว้ใน X-59 เพื่อให้เสียงเงียบขึ้นและช่วยนักบินควบคุมเครื่องบินในขณะบิน

รูปร่างที่เป็นเอกลักษณ์ของ X-59 ได้รับการออกแบบมาเพื่อกระจายคลื่นกระแทกที่มีความเร็วเหนือเสียงในลักษณะที่ป้องกันไม่ให้เสียงโซนิคดังปกติได้ยินบนพื้น

X-59 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แรงขับสูงเพียงเครื่องเดียวแบบเดียวกับเครื่องบินขับไล่ เครื่องยนต์จะถูกวางบน X-59 ดังนั้นเสียงของมันจึงเบามากจากพื้นดิน  และด้วยรูปทรงปลายเครื่องที่ยาวและเรียวมาก นักบินจะไม่สามารถมองออกไปข้างนอกได้มากนัก ระบบ eXternal Vision System (XVS) ของ NASA จึงถูกนำมาใช้เพื่อช่วยเหลือ โดยใช้เซนเซอร์ คอมพิวเตอร์ และจอแสดงผล HD เพื่อแสดงภาพเสมือนด้านหน้าของเครื่องบิน X-59 จะมีความยาว 29.5 เมตร (99.7 ฟุต) และกว้าง 9 เมตร (29.5 ฟุต)

ปีกแบบ "กวาดกลับ" แบบนี้ช่วยลดแรงลากของอากาศบนเครื่องบินขณะที่บินผ่านอากาศได้เร็วมาก

Ref: www.nasa.gov, www.proponent.com

#X59 #Xplane #NASA #Lockheed #LowBoom #QueSST #Development #Map #Quest #Asia

08/27/2021

 

X59.jpg